DreamBox

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

ไฟฟ้าสถิตย์ กับการประกอบคอมพิวเตอร์ และ Server

ไฟฟ้าสถิตย์ กับการประกอบคอมพิวเตอร์ หลายท่านอาจเคยทำงานกับชาวต่างชาติ ซึ่งมักกลัวกันมากในแถบตะวันตกและอเมริกา
การเกิดของไฟฟ้าสถิตย์นั้นสาเหตุเกิดมาจากความต่างศักย์ ไฟฟ้า ระหว่างวัตถุ 2 ชนิดที่มีค่าไม่เท่ากัน
ดังนั้น เมื่อวัตถุต่างชนิด มีค่าความต่างศักย์ไม่เท่ากัน มาพบกันทำให้วัตถุเกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า เพื่อให้วัตถุทั้งสองมีค่าความต่างศักย์เท่ากัน หรือ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือมีค่าความเข้มข้นของประจุไฟฟ้าเท่ากันนั่นเอง
ในตัวมนุษย์เราก็เช่นกัน มีประจุไฟฟ้าซึ่งจะสูงกว่าวัตถุทั่วไปเล็กน้อย ดังนั้น เราอาจจะเห็นบางคนจับอะไรเป็นช๊อตไปหมด
ครั้นเมื่อ คนเราไปจับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อุปกรณ์ computer หรือ server ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ ถูกออกแบบมาใช้งานโดยมีความไว ด้านการเปลี่ยนแปลง ทางด้านประจุไฟฟ้าเป็นอย่างสูง ดังนั้น เมื่อเราไปจับ หรือ ประกอบอุปกรณ์พวกนี้โดยไม่ป้องกัน ก็จะทำให้อุปกรณ์พวกนี้เกิดการเสียหายได้โดยง่าย
อย่างไรก็ตามไฟฟ้าสถิตย์มักเกิดในช่วงที่มีสภาพอากาศแห้งจัด เพราะ ในสภาพที่อากาศแห้งจัดนั้น จะทำให้วัตถุแต่ละชนิดมีค่าความเป็นประจุของตัวเองเด่นชัดมากที่สุด สาเหตุ เนื่องมาจากไม่มีความชื้นมากพอ ที่จะนำพาประจุอันเล็กน้อยเหล่านี้ที่มีอยู่ในวัตถุต่างๆ ลงไปสู่พื้นดินได้ ซึ่งทางไฟฟ้านั้นจะถือว่าพื้นดินเป็น Ground ทางไฟฟ้า

ดังนั้น โดยสรุปแล้ว ไฟฟ้าสถิตมักเกิดขึ้นมาจาก เหตุที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ
1. วัตถุ 2 ชนิดมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าไม่เท่ากัน จึงทำให้เมื่อวัตถุ 2 ชนิดมาสัมผัสกันจะทำให้เกิดการถ่ายเทประจุระหว่างกันขึ้น
2. ไฟฟ้าสถิตย์มักจะเกิดขึ้นในช่วง ที่สภาพอากาศแห้ง (ความชื้นต่ำ)

การป้องกันง่ายๆ เพื่อไม่ให้อุปกรณ์เราเสียหาย เมื่อเราต้องทำงานกับอุปกณ์พวกนี้
1. ระบบ ground ของเราต้องดี 0-5 โอห์ม (มีรายละเอียดการตรวจสอบอบ่างคร่าวๆถ้าไม่มีเครื่องวัด Ground ในเวป thaideveloperexpert.org ใน กระทู้ delphi hardware)
2. ใช้สายรัดระหว่างตัวเรา กับ ระบบ Ground

เท่านี้เราก็ไม่ต้องไปกังวลกับไฟฟ้าสถิตย์อีกต่อไป ครับ
หมายเหตุ: สำหรับในเมืองไทย สภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ก็มักไม่ค่อยเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าสถิตย์เท่าไรครับ แต่อย่าลืมว่าหลายๆ office มักเปิด air condition ซะเย็นเชียว ตัวนี้แหละ เป็นตัวทำให้อากาศในห้องทำงานเราแห้ง ครับผม เพราะ กาำรทำความเย็นของระบบ เครื่องปรับอากาศเราจะต้องดูดความชื้นออกไปครับ

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ภาพกระตุกเนื่องจาก IP ซ้ำกัน

จากที่เราได้นำเสนอการตรวจสอบ IP ในก่อนหน้านี้ตอนนี้เราจะนำเสนออีก 1 สาเหตุที่ทำให้ Dreambox เกิดภาพกระตุกเนื่องจาก IP ซ้ำกัน เพราะเนื่องจากในบ้านเรามี computer หลายตัวบวกกับ มีการใช้งาน Dreambox กับ cable ท้องถิ่นด้วย
การตรวจเช็ค
ให้เช็คว่า computer และ ดรีมบอกซ์ มีการใช้ IP ซ้ำกันหรือไม่

การป้องกัน
ขอข้ามพูดถึงการป้องกันเลยแล้วกัน
เนื่องจาก DreamBox เป็น Linux ขนาดเล็กจึงไม่ค่อยฉลาดนักในการเลือก IP ซึ่งเค้าเจอตัวไหนก่อนก็จะใช้ตัวนั้นเลย
แต่สำหรับ computer จะฉลาดกว่ามากดังนั้นจึงจะมีการตรวจสอบในวง LAN ของเราก่อนที่จะนำมาใช้
ดังนั้น หลังใช้งาน DreamBox ควรปิดและถอดปลั๊ก Dreambox ออก รวมถึงปิด ADSL Router เมื่อไม่ได้ใช้งาน

เมื่อจะใช้งาน DreamBox ควรเปิด
1. ADSL Router และ Hub Switch ก่อนและรอจนกระทั่งไฟทุกดวงติดสนิท
2. เปิด Dreambox หลังจาก ADSL Router และ Hub Switch พร้อมใช้งาน
3. เปิด Computer หลังจากที่ Dreambox สามารถแสดงภาพให้เราเห็นได้แล้ว
หรือ กล่าวง่ายๆก็คือ เราควรเปิด computer หลัง Dreambox เพื่อป้องกัน IP ซ้ำนั่นเอง
วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆ สำหรับคนใช้งานที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิค เพราะบางครั้งการ Lock IP ใน Dreambox อาจส่งผลทำให้ Dreambox ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจาก เมื่อเราเปิด ADSL Router และ Hub Switch อีกครั้งจะมีการ สุ่มในการจ่าย IP ให้กับ Computer และ Dreambox ดังนั้นเมื่อ เราทำการ Lock IP ไว้ก็จะส่งผลทำให้ IP ของ Dreambox ไม่ตรงกับที่ได้รับจริง

การตรวจเช็ค IP ของ Computer และ DreamBox

บางครั้งเราต้องการรู้ IP ของคอมพิวเตอร์ว่าได้ IP อะไร
Computer เลือก
Run menu => พิมพ์ cmd แล้วกด enter => พิมพ์ IP Config

ที่ DreamBox
กดปุ่มเหลือง เลือก Communication Setup

เท่านี้เราก็จะรู้ว่า IP ของคอมพิวเตอร์เราใช้งานซ้ำกันกับ DreamBox หรือ ไม่

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551

เทคนิคการถอด Code ให้เร็วขึ้น

ครับวันนี้ ได้เทคนิคใหม่มาฝาก ข้อมูลฟรีๆ ถ้าถูกใจก็ช่วยแวะเวียน ผู้อุปถัม เราหน่อยครับ เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับ ผู้เขียน ครับการถอดรหัสที่เร็วขึ้น สำหรับ DreamBox ปัจุบันก็มีคนที่ทำอุปกรณ์มาขายสำหรับ ผู้ให้บริการได้ติดตั้งเพิ่มฝั่ง Server ซึ่งอุปกรณ์ตังนี้จะทำหน้าที่คล๊ายๆ กับโปรแกรม ประเภท Torrent ต่างๆ นั่นก็คือ Client ตัวใดที่รับ Code ได้ก่อน ก็จะ Share Code ไปให้ตัวอื่นต่อ เท่านี้ไม่ว่า Code จะเป็นอย่างไร เทคนิคไหนก็ไม่มี Hang ไม่กระตุก

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551

ภาพกระตุกเนื่องจากถอด Code มากเกินไป

หายไปนานครับ เรื่องการ update พอดีว่าไม่ค่อยมีคนช่วยดู sponsor ของเราก็เลยหมดแรง update เนื่องจาก ปัญหาภาพกระตุก บางครั้งอาจเกิดจาก Package รหัส code ที่มี ขนาดใหญ่เกินไป
การที่รหัส code มีขนาดใหญ่เกินไป ก็ทำให้เครื่องรับรุ่นเก่า ที่มี memory น้อยไม่สามารถถอดรหัสไม่ทัน ดังนั้น เราจึงต้องทำการแก้โดย
1. ทำรหัสให้เล็กลง แต่ อาจส่งให้บ่อยขึ้น
2. ส่งรหัส ที่เป็นแบบ เข้าสูตร ที่เป็นของเราเอง ดังนั้น ถ้าคนอื่นไม่รู้สูตรก็จะถอดไม่ได้
3. รหัส code ใหญ่เหมือนเดิม ก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยน Dreambox ให้กับลูกค้าใหม่ 555 อันนี้ลงทุนอีกหลายแสน

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

Ethernet cable tester

ตามที่เคยสัญญากันไว้ครับ ว่าจะหาวิธีทดสอบ Loss ของสาย LAN หรือ Ethernet cable ราคาถูกมาฝาก
วันนี้จะว่ากันแบบ ง่ายๆ ครับ จากบทความก่อนหน้าได้พูดถึงการเข้าหัวของสาย LAN กันแล้ว
ดังนั้น บทความนี้จะพูดถึงว่าเราได้ตรวจสอบว่าเราเข้าหัว สนิท แน่นดีมะ Loss หลังจากการเข้าหัวเป็นไง
ท้าวความถึงสาย DW หรือ รู้จักกันในนามสายโทรศัพท์ มีขนาดเส้นผ่า ศก 0.9 mm สำหรับสาย LAN มีขนาดเล็กกว่าครับ
1. ปกติช่างที่ติดตั้งสายโทรศัพท์เมื่อมีการติดตั้ง ก็จะทำการ Loop test ครับ Loop test ก็คือการ เอาสายสองเส้นพันกัน ก่อนต่อเข้าวงจรนั่นเอง
2. ต่อจากนั้นเค้าก็จะทำการวัดค่า โอห์มครับ หรือ ค่าความต้านทาน (Loop ด้านนึง แล้วก็วัดอีกด้านนึง)
3. ค่าโอห์มของสาย DW 0.9 mm ก็ 1 Km ประมาณ 50 โอห์ม ครับ

ดังนั้นสาย LAN นะ เราก็ทำหัว Loop ซะ Loop ทีละคู่ครับ แล้วก็วัดทีละคู่ โดยถ้าวัด โอห์ม แล้ว 1km ไม่ควรเกิน 60 โอห์มครับ หรือ หารในระยะใช้งานสูงสุดของระบบ LAN ประมาณ 200 m ค่า โอห์ม ก็ไม่ควรเกิน 10-11 โอห์มครับ

อ้อลืมไปค่าโอห์มใช้มัลติมิเตอร์ วัดครับ ถูกสุดแระ
ค่าโอห์มยิ่งน้อยยิ่งดีครับ ไงก็อย่า Over Spec ที่บอกไปแล้วกันนะครับ

Ethernet cable

วันนี้เป็นการนำเสนอ config ของสาย LAN ครับ LAN cable หรือ ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า Ethernet cable ครับ สำหรับการเข้าหัวของสาย Ethernet cable มี 2 แบบด้วยกันคือ
1. การเข้าสายแบบ ตรงหรือที่เรียกว่าแบบ Direct
ซึ่งการต่อแบบนี้ใช้สำหรับต่อ คอมพิวเตอร์ หรือ Dreambox เข้ากับ ADLS Router นั่นเอง
ถ้าจะว่าไปแล้วทางเทคนิค ก็จะสามารถอธิบายได้ง่ายๆครับว่าสายตรงใช้สำหรับอุปกรณ์ ประเภท DTE <=> DCE หรือ อุปกรณ์ประเภท DCE <=> DTE นั่นเอง
2. การเข้าสายแบบ cross ใช้สำหรับต่ออุปกรณ์ Type เดียวกันนั่นคือ DCE <=> DCE หรือ DTE <=> DTE นั่นเอง พูดให้เข้าใจง่ายๆ ในภาษาคนเล่น DreamBox ก็คือ Dreambox <=> Dreambox หรือ Server <=> Server

ถ้าท่านใดต้องการรู้เรื่อง DTE และ DCE คืออะไรก็ค้นหากันเอาเองนะครับ

สำหรับรูปการเข้าหัวดังรูปด้านล่างเลยครับ